StartBC.comค้นหาบทเรียน

ดาวน์โหลด ติดตั้ง และตั้งค่า Business Central สำหรับ AL Development

เริ่มจากเครื่องที่ยังไม่มี Business Central: เลือกชุดติดตั้ง เตรียม Windows ติดตั้งระบบทดลอง ตรวจ SQL Server และ Web Client เปิด Developer Services แล้วเชื่อม VS Code เพื่อสร้างและเผยแพร่ Extension แรก ก่อนเรียน AL และ object ในบท 13

ตรวจเอกสารอ้างอิง: 4 พฤศจิกายน 2569
บริบท: คู่มือแล็บ Business Central on-premises บน Windows และทางเลือก online Sandbox · ตรวจเอกสารแล้ว แต่ยังไม่ได้ติดตั้งหรือ compile/run ในสภาพแวดล้อมจริง

เป้าหมายและพื้นฐาน

เมื่อจบ: ติดตั้งแล็บ BC ตั้ง Developer Services และเชื่อมโปรเจกต์ AL

พื้นฐานที่ต้องรู้: 01–03; Windows แล็บและสิทธิ์ผู้ดูแล หรือ online Sandbox

แบบฝึกหลัก: ติดตั้ง Demo ตรวจ config ดาวน์โหลด Symbols และเผยแพร่ Extension แรก

ภาพรวมก่อนลงมือทำ

ภาพสรุปบทเรียน · 12

จากชุดติดตั้งสู่ Extension แรก

ลำดับเตรียมแล็บสำหรับเริ่มพัฒนา AL

  1. Setup / Demo

    ดาวน์โหลด release ที่เลือก แล้วติดตั้ง BC, IIS และ SQL

  2. Developer Services

    ตรวจ instance, port, authentication และบริษัทฝึก

  3. AL: Go! / Symbols

    ตั้ง app.json และ launch.json ให้ตรงเป้าหมาย

  4. Package / Publish

    ตรวจ compile แล้วทดลอง Extension บนแล็บ

สิ่งที่ควรจำผ่านเกณฑ์แต่ละขั้นก่อนเริ่มบท 13: เขียน AL และสร้าง object

01 · เลือกรูปแบบระบบสำหรับฝึก

เส้นทางหลักของบทนี้คือ on-premises แบบ Demo บน Windows เหมาะสำหรับเรียนทั้งการติดตั้งและการตั้งค่าบริการ เซิร์ฟเวอร์เก็บตรรกะและเชื่อมฐานข้อมูล ส่วน Web Client เป็นหน้าจอที่เปิดผ่านเบราว์เซอร์ การดาวน์โหลดแอปสำหรับผู้ใช้จึงไม่ใช่การติดตั้งเซิร์ฟเวอร์

รูปแบบสิ่งที่ต้องเตรียมเหมาะกับ
On-premises DemoWindows ที่รุ่นนั้นรองรับ, installation media, SQL Server และ IISฝึกติดตั้งและ config ตั้งแต่ต้น ตามบทนี้
Windows containerWindows host, Docker แบบ Windows containers และ BC artifactsผู้ที่ต้องการแล็บแยกหลายรุ่น
Online Sandboxบัญชีและสิทธิ์ Sandbox พร้อม VS Codeเริ่ม AL โดยไม่ติดตั้ง BC Server หรือ SQL เอง

ถ้าใช้ Mac ให้เตรียม Windows host/VM ที่รองรับรุ่น BC หรือเชื่อม online Sandbox; ตัวติดตั้ง BC Server และ Windows container ในบทนี้ไม่ได้รันบน macOS โดยตรง

02 · ดาวน์โหลดและตรวจความพร้อม

  1. เปิด หน้าติดตั้งอย่างเป็นทางการ ↗ เลือก release ที่องค์กรหรือแล็บใช้ แล้วเข้า KB ของ cumulative update ที่ต้องการ
  2. ในหน้า KB ไปที่ Resolution / How to obtain files ดาวน์โหลดชุดประเทศหรือ localization ให้ตรงโจทย์ แตกไฟล์จนพบโฟลเดอร์ DVD และ setup.exe จด release, build และประเทศของชุดที่เลือก
  3. อ่าน System Requirements ของ รุ่นเดียวกัน ตรวจ Windows, SQL Server, .NET, PowerShell, CPU, RAM และพื้นที่ดิสก์ ตัวอย่าง ข้อกำหนดสำหรับ v27 ↗ ใช้กับ v27 เท่านั้น ไม่ใช่ข้อกำหนดตายตัวของทุกรุ่น
  4. ใช้เครื่อง/VM ฝึกที่มีสิทธิ์ผู้ดูแล เตรียมบัญชีเข้า Windows และตรวจว่าพอร์ตของบริการที่จะติดตั้งไม่ชนระบบเดิม

เกณฑ์ผ่าน: มีชุดติดตั้งครบ ทราบ build และ localization และยืนยัน prerequisites ก่อนเริ่ม Setup

03 · ติดตั้ง Demo และเปิด Web Client

  1. ใน Windows แล็บ เปิด setup.exe ด้วยสิทธิ์ที่เหมาะสม อ่านเงื่อนไขสิทธิ์ใช้งานก่อนยอมรับ
  2. เลือก Advanced installation options → Install Demo ให้ Setup ติดตั้งส่วนประกอบหลักและฐานข้อมูลตัวอย่าง ตรวจผลแต่ละ component หากมี error ให้แก้จาก installation log ก่อน
  3. เปิด Business Central Web Client จาก Start menu จด URL ที่เปิดจริง ไม่เดาชื่อ instance จากบทความ
  4. ลงชื่อเข้าใช้ เปิดบริษัทตัวอย่าง และตรวจหน้าลูกค้าได้ก่อนเริ่มเขียนโค้ด

Demo ประกอบด้วย Web Server/IIS, BC Server และ SQL database พร้อมข้อมูล CRONUS ตัวอย่าง URL มีรูปแบบ http://localhost:8080/ชื่อ-instance แต่พอร์ตและชื่อจริงขึ้นกับการติดตั้ง ใช้ demo license ตามข้อจำกัดที่ Microsoft ระบุ และใช้เฉพาะทดลอง/พัฒนา

รายละเอียด Demo setup ↗ · สิทธิ์และข้อจำกัด demo license ↗

04 · เข้าใจส่วนประกอบและบันทึก config

Browser / Web Clientหน้าจอที่ผู้ใช้เปิดผ่าน IIS
Business Central Serverประมวลผล AL และกฎธุรกิจ
SQL Server / Databaseเก็บข้อมูลของระบบและบริษัท

เปิด Business Central Administration Shell ของรุ่นที่ติดตั้ง ด้วยสิทธิ์ผู้ดูแล ตรวจชื่อ instance ก่อนอ่าน config ตัวอย่างนี้เป็นคำสั่งตรวจสอบ:

PowerShell · ตรวจ instance
Get-NAVServerInstance
# เปลี่ยน YOUR_INSTANCE ให้ตรงกับผลลัพธ์ด้านบน
Get-NAVServerConfiguration -ServerInstance 'YOUR_INSTANCE'

บันทึก DatabaseServer, DatabaseInstance, DatabaseName, ClientServicesCredentialType, DeveloperServicesEnabled, DeveloperServicesPort และ DeveloperServicesSSLEnabled แยก Web Client URL ออกจาก Developer endpoint ให้ชัด ตั้งแต่ v21 ใช้ Administration Shell แทนเครื่องมือ Server Administration แบบเดิม

จุดตรวจ: บริการ BC และ SQL ทำงาน, BC เชื่อม database ถูกตัว, IIS เปิดเว็บได้ และบัญชีผู้ใช้เข้า company ฝึกได้ หากเปิดเว็บยังไม่ได้ให้แก้ฐานระบบก่อน Download Symbols

05 · เปิด Developer Services สำหรับแล็บ

Developer endpoint ใช้ Download Symbols และ publish จาก VS Code ตรวจ instance ให้เป็นแล็บก่อนเปลี่ยนค่า คำสั่งด้านล่างเปิดบริการพัฒนาและ restart เฉพาะ instance ที่ระบุ:

PowerShell · ใช้กับ instance ฝึกเท่านั้น
$trainingInstance = 'YOUR_INSTANCE'
Set-NAVServerConfiguration -ServerInstance $trainingInstance -KeyName DeveloperServicesEnabled -KeyValue true
Restart-NAVServerInstance -ServerInstance $trainingInstance
Get-NAVServerConfiguration -ServerInstance $trainingInstance

ตรวจ DeveloperServicesPort (ค่าเริ่มต้นตามเอกสารคือ 7049) และ DeveloperServicesSSLEnabled เพื่อเลือก HTTP/HTTPS ให้ตรง ถ้าตั้ง TLS ให้ใช้ certificate ที่เครื่องพัฒนาเชื่อถือ การเชื่อมจากเครื่องอื่นต้องมี network/firewall rule ตามขอบเขตแล็บ ไม่ใช้วิธีปิด firewall ทั้งหมด

ตรวจบัญชีผู้ใช้และสิทธิ์ publish/debug แยกจากการเข้า Web Client และตรวจบริษัทกับ tenant เป้าหมาย หากเป็น single-tenant และใช้ tenant เริ่มต้นจึงใช้ default; อย่าคัดลอกค่าดังกล่าวไปทุกระบบ

06 · ติดตั้ง VS Code และสร้างโปรเจกต์

  1. ดาวน์โหลด Visual Studio Code ↗ แล้วติดตั้ง AL Language extension ของ Microsoft ที่เข้ากันกับรุ่นเป้าหมาย ตรวจ publisher ก่อนติดตั้ง
  2. เปิดโฟลเดอร์โปรเจกต์ว่าง เรียก Command Palette → AL: Go! เลือก target version และ Your own server สำหรับเส้นทาง on-premises นี้
  3. เปิด app.json ซึ่งเป็น manifest ของ Extension และ .vscode/launch.json ซึ่งบอกว่าจะเชื่อมระบบใด
  4. บันทึกเวอร์ชัน AL Language และ BC build ที่ใช้ร่วมกัน เพื่อให้ทีมทำซ้ำได้

หากเลือก online ให้สร้างโปรเจกต์สำหรับ Microsoft cloud sandbox และตั้ง environmentName ตาม Sandbox จริง ไม่ใช้ config แบบ on-premises ปะปนกัน

07 · ตั้ง launch.json ให้ตรงเซิร์ฟเวอร์

ตัวอย่างนี้ใช้ Windows authentication และ HTTP ของ Demo ในเครื่องฝึกเดียวกัน ใช้ได้ต่อเมื่อ config จริงตรงเงื่อนไขนี้ เปลี่ยนชื่อ instance และ port ตามที่จดไว้; หากระบบใช้ HTTPS หรือ authentication แบบอื่น ให้สร้าง configuration ที่ตรงระบบนั้น

JSON · .vscode/launch.json
{
  "version": "0.2.0",
  "configurations": [
    {
      "name": "StartBC local training",
      "type": "al",
      "request": "launch",
      "environmentType": "OnPrem",
      "server": "http://localhost",
      "serverInstance": "YOUR_INSTANCE",
      "port": 7049,
      "authentication": "Windows",
      "tenant": "default",
      "startupObjectType": "Page",
      "startupObjectId": 22,
      "breakOnError": "All",
      "launchBrowser": true
    }
  ]
}

server คือ base URL ของบริการ ไม่ใช่ Web Client URL เต็ม; serverInstance และ port ระบุ developer endpoint ส่วน startupObjectId คือ object ที่จะเปิดหลัง publish ตัวอย่างใช้หน้า 22 ก่อน เมื่อทำบท 13 ให้เปลี่ยนเป็น 50102 สำหรับหน้ารายการฝึก

รายละเอียด launch.json และตัวอย่าง Online Sandbox ↗

08 · ตั้ง app.json และ Download Symbols

เก็บ GUID ที่ AL: Go! สร้างไว้เป็น app identity ตั้ง name/publisher/version ของงานฝึก และตรวจ application/platform/runtime กับ BC เป้าหมาย ห้ามใช้เลขเวอร์ชันเดียวกับทุกเครื่อง

ค่าหน้าที่และจุดตรวจ
id / name / publisher / versionตัวตนและเวอร์ชันของแอป ไม่สร้าง id ใหม่ทุกครั้งที่แก้โค้ด
application / platform / runtimeข้อกำหนดที่ compiler และเซิร์ฟเวอร์ต้องรองรับ ใช้ตาม target ที่เลือก
idRangesชุดฝึกใช้ 50100–50102 ตรวจว่าช่วงว่างและได้รับอนุญาตก่อน
dependenciesแอปอื่นที่โค้ดอ้าง ใช้ ID/publisher/name/version ให้ตรง
targetCloud หรือ OnPrem คือขอบเขต API ที่ใช้ได้ ไม่ใช่ชื่อ environment; ไม่จำเป็นต้องใช้ OnPrem เพียงเพราะติดตั้งเซิร์ฟเวอร์เอง

เรียก AL: Download Symbols และตรวจ Output/Problems จะได้ข้อมูลอ้างอิง object ใน .alpackages ใช้ Go to Definition กับ Customer หรือ Customer Card เพื่อตรวจชื่อ field, procedure และ anchor ของรุ่นนั้น

เกณฑ์ผ่าน: ดาวน์โหลดสำเร็จและ resolve object มาตรฐานได้ ถ้าไม่ผ่านให้ตรวจ URL/port/TLS/authentication/สิทธิ์ และ manifest ตามข้อความ error

09 · Package → Publish → ตรวจ Extension แรก

  1. ใช้ HelloWorld ที่ AL: Go! สร้างไว้เป็น smoke test ก่อนนำชุดฝึกเพิ่มเข้าไป
  2. เรียก AL: Package แก้ Problems ให้ไม่มี error แล้วตรวจไฟล์ .app ที่สร้าง
  3. ตรวจชื่อเซิร์ฟเวอร์/บริษัทอีกครั้ง จากนั้นใช้ Run Without Debugging เพื่อ publish ไปแล็บ เปิดหน้าตาม startupObject และทดลอง action ของตัวอย่าง
  4. ตรวจชื่อและ version ของแอปที่ติดตั้ง จด BC build, AL version และผลจริง
  5. ก่อนเริ่มบท 13 แยก source ของ HelloWorld ที่ชน ID ออกจากโปรเจกต์ active แล้วดาวน์โหลดชุดฝึก StartBC ห้ามเก็บไฟล์ .al ซ้ำทั้ง root และ src/

Package สำเร็จยืนยันการ compile เท่านั้น ส่วน publish และการทำงานจริงต้องตรวจอีกขั้นหนึ่ง เมื่อครบแล้วไป บท 13: object และภาษา AL

10 · เตรียมบริษัทฝึกและแก้ปัญหาเป็นลำดับ

ก่อนทดลองงานที่เกี่ยวกับข้อมูล ให้เลือกบริษัทฝึก จด Work Date และภาษา ตรวจผู้ใช้/สิทธิ์ ช่วง Object ID และข้อมูลลูกค้าสมมติ งาน implement ด้าน Number Series, Posting Groups และกระบวนการซื้อขายศึกษาเพิ่มเติมจากบท 04–11; ไม่ต้องตั้งบัญชีจริงเพื่อทดลองฟิลด์และหน้าฝึกนี้

ติดตั้งไม่สำเร็จ
ดู setup log และ prerequisite ที่ล้มเหลว ตรวจ requirements ของ release เดียวกัน
เปิด Web Client ไม่ได้
ตรวจ IIS, BC service, SQL connection และ authentication ก่อนตรวจ AL
Download Symbols ไม่สำเร็จ
ตรวจ DeveloperServicesEnabled, port, certificate, launch.json และสิทธิ์บัญชี
Package ไม่ผ่าน
อ่าน Problems ตรวจ syntax, runtime, dependency และ Object ID ที่ซ้ำ
Publish ได้แต่ไม่เห็น object
ตรวจ company, installed app version, startupObject และ permission set

ทางเลือก container ใช้ Windows containers ตาม คู่มือ Microsoft ↗ โดยแยก workflow จาก Setup และใช้ endpoint จาก log ของ container

เอกสารอ้างอิงทางการ

อ่านประกอบและตรวจชื่อเมนู/ข้อจำกัดของเวอร์ชันที่คุณใช้ เอกสารเดิมตรวจ 22 ตุลาคม 2569; เอกสารติดตั้งและพื้นฐาน Developer ที่เพิ่มตรวจ 4 พฤศจิกายน 2569